รีวิว Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ประสบการณ์พักผ่อนรีสอร์ทริมทะเลที่หรูที่สุดในกระบี่

Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ( ภูเล เบย์ อะริทซ์ คาร์ลตัน รีเสิร์ฟ ) รีสอร์ท 5 ดาว อีกแห่งในประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลายคนน่าจะเคยเห็น Influencers และ นักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย นิยมมาพักผ่อนที่นี่กัน

ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบดีไซน์เฉพาะตัวของคุณเมธา บุนนาค หรือ คุณเล็ก ศิลปินแห่งชาติ​ ทำให้สถาปัตยกรรมของ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ดูแตกต่าง และโดดเด่นไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่ามาพักที่นี่เหมือนกับมาดูงานศิลป์ชิ้นเอกงานหนึ่งเลยล่ะ! นับว่าเป็นอีก Dream Destination ของคนที่หลงไหลในการพักผ่อนในรีสอร์ทเลยก็ว่าได้

phulay bay main swimming pool

สำหรับแบรนด์ Ritz-Carlton Reserve เป็นแบรนด์ที่รวบรวมสุดยอดของบูติครีสอร์ททั่วโลก อยู่ในเครือ Marriott โดยรีสอร์ทแต่ละแห่งจะต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเรื่องของสถานที่ตั้ง ความโดดเด่น และสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่นั้น ทั้งนี้ รีสอร์ทภายใต้แบรนด์ Ritz-Carlton Reserve เหมาะสำหรับคนที่ชอบพักผ่อนในรีสอร์ทที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยที่ยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศวันพักผ่อนที่หรูหรา สะดวกสบาย แต่ก็อบอุ่น และเป็นกันเอง

และที่นี่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ก็ยังเป็น รีสอร์ทภายใต้แบรนด์ Ritz-Carlton Reserve ที่แรกของโลกด้วยนะ! สำหรับชื่อรีสอร์ทนั้น คำว่า “ภูเล เบย์” มาจากโลเคชั่นที่ตั้งอันโดดเด่น คือ มีภูเขา และทะเล อยู่เบื้องหน้านั่นเอง บรรยากาศจะเป็นยังไงบ้างนั้น… เชิญรับชมประสบการณ์การพักผ่อนอันแสนพิเศษของเราสองคนได้เลย

การเดินทางจากสนามบินกระบี่สู่รีสอร์ท

เราเดินทางมา Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ด้วยรถ Limousine ของรีสอร์ท ซึ่งถือว่าสะดวกสบายที่สุด จะมีเจ้าหน้าของรีสอร์ทมาถือป้ายชื่อรอรับเราตั้งแต่ออกจากประตูทางออกของสนามบินกระบี่ และช่วยถือกระเป๋าเดินทางพาไปที่รถ

เราเดินทางไปช่วงเดือน ก.ค. 2563 ตอนนั้นสนามบินกระบี่กำลังมีการก่อสร้างต่อเติม
รถ Limousine ของรีสอร์ท ไม่สามารถไปจอดใกล้กับตัวอาคารได้
เราต้องเดินห่างจากตัวอาคารมายังที่จอดรถนิดหน่อยนะคะ
Google Map จากสนามบินกระบี่ สู่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve
https://goo.gl/maps/J8BB16v3vNg1QM5LA

รีสอร์ทตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองทะเล หาดคลองม่วง จังหวัดกระบี่ ระยะทางจากสนามบินกระบี่มาถึงรีสอร์ทเพียงแค่ 37 กิโลเมตร เท่านั้น นั่งรถดูวิวข้างทางไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาทีก็ถึงจุดหมายปลายทาง

ทันทีที่เราลงจากรถ ก็มีพนักงานมาต้อนรับด้วยผ้าเย็น และเครื่องดื่มต้อนรับเย็นชื่นใจ ช่วงเวลาที่เราไปพัก เป็นช่วงเดือน ก.ค. 2563 ที่เพิ่งคลายล็อคดาวน์จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 พอดี เจ้าหน้าที่ที่รีสอร์ททุกคนมีการใส่หน้ากากอนามัย และวัดไข้แขกที่จะเข้าพักในรีสอร์ทก่อนเช็คอิน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้น จากนั้นบัตเลอร์ หรือที่นี่เรียกว่า “ต้นห้อง” จะพาเราไปที่วิลล่าของเรา

ก่อนจะพาเข้าไปชมในพูลวิลล่า ขอพามาชมบรรยากาศในรีสอร์ทกันก่อนนะคะ ที่เห็นตรงหน้านี้คือ “ศาลาศรีจันทร์” ( Sala Srichan ) จัดว่าเป็นแลนด์มาร์กของรีสอร์ทที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูป ปกติแล้วเมื่อมาถึงพนักงานจะยืนรอต้อนรับในศาลาศรีจันทร์ นับว่าเป็นจุดแรกที่เราทุกคนจะได้สัมผัสเมื่อได้มาที่นี่ ( แต่วันที่เรามาถึง ฝนตกพอดี พนักงานจึงต้อนรับอยู่ด้านหน้าศาลา และพาขึ้นรถบักกี้ไปที่วิลล่าทันทีเพื่อไม่ให้โดนฝน )

และยังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหน เราก็ตะลึงกับกำแพงสีม่วงที่มองเห็นตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความอลังการของ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ด้วยเพราะความสูงใหญ่ กะจากสายตาน่าจะสูงราว 3 เมตร และใช้ปูนที่ดูหนา แข็งแรงอย่างดี สำหรับเราสองคนคือไม่เคยเห็นสถาปัตกยรรมในรีสอร์ทไหนที่อลังการแบบนี้มาก่อน!

แต่ละจุดมีความอลังการ และน่าแวะถ่ายรูปทั้งนั้นเลยค่ะ รับรองเลยว่าถ้าชอบถ่ายรูป จะต้องตื่นเต้นและเก็บภาพมุมต่างๆ ได้อย่างไม่มีเบื่อและจุใจแน่นอน

ภายในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ของ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ที่นี่มีห้องพักทั้งหมดเพียง 54 ยูนิต ถือว่าจำนวนห้องพักน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดรีสอร์ท ทำให้แต่ละห้องมีพื้นที่กว้างขวางมาก ขนาดห้องเริ่มต้นยังเริ่มที่ 108 ตร. ม. เลยทีเดียว

ห้องพักที่นี่แบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่
1. OCEAN PAVILION
2. RESERVE PAVILION
3. BEACH VILLA
4. RESERVE POOL VILLA
5. RESERVE POOL VILLA SEA VIEW
6. ROYAL BEACH VILLA
7. ROYAL ANDAMAN SEA VILLA

Reserve Pool Villa

ถึงเวลาพาเข้าไปชมวิลล่าของเรากันค่ะ เราพักในวิลล่าประเภท “รีเซิร์ฟ พูล วิลล่า” ( Reserve Pool Villa ) ถือเป็นวิลล่าที่กว้างขวางโอ่อ่ามากทีเดียวค่ะ ด้วยขนาดที่กว้างถึง 352 ตร. ม. ภายในวิลล่าก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ถึงขนาดที่จะทำให้การพักผ่อนของเราในครั้งนี้สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องออกจากวิลล่าเลยยังได้!

ทางเดินเข้า Reserve Pool Villa

แขกที่เข้าพักที่นี่ทุกห้อง จะมีบัตเลอร์ หรือที่นี่เรียกว่า “ต้นห้อง” คอยบริการและอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะตอนเช็คอิน สั่งอาหาร บริการขับรถบักกี้ไปส่งตามจุดต่างๆ ช่วยจองเรือไปเที่ยวเกาะ ไปจนถึงตอนเช็คเอาท์

ซึ่งต้นห้องของเราในครั้งนี้ชื่อ “คุณมน” คอยดูแลเราตลอดการเข้าพักค่ะ

“ต้นห้อง” พามาเช็คอินที่วิลล่าของเรา
Welcome Card ที่ GM บรรจงเขียนไว้ต้อนรับแขกทุกห้องที่เข้าพักที่นี่
ผลไม้ต้อนรับและขนม Macaroon ที่เตรียมไว้ให้เราทานในห้องได้ฟรี

หลังจากที่เข้ามาในวิลล่า เราบอกตามตรงว่าเราเซอร์ไพรส์และตื่นเต้นกับเตียงของที่นี่มาก! คือกะจากสายตาน่าจะเกือบ 10 ฟุต! เตียงใหญ่อลังการมากจ้า! ดูจากขนาดของเตียงเปล่าๆ อาจจะมองไม่ชัดว่าใหญ่ขนาดไหน ลองเลื่อนดูรูปที่เราสองคนอยู่บนเตียงสิคะ… ไม่ว่าจะนอนกลิ้งหรือนอนดิ้นขนาดไหน เราว่าเตียงที่นี่ก็เอาอยู่!

พอเรานั่งบนเตียงแล้วกลายเป็นหญิงสาวตัวเล็กนิดเดียว
สระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่า ถือว่าขนาดกว้างและยาวกำลังดี ว่ายได้จริง
บริเวณนั่งเล่นริมสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่า สามารถสั่งอาหารมานั่งทานได้ชิลล์ๆ

เครื่องดื่มทั้งหมดในมินิบาร์ ดื่มได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ (ยกเว้นแอลกอฮอล์)

ไฮไลท์สุดฟินอีกหนึ่งอย่างที่แตกต่างจากรีสอร์ทอื่นคืองานภาพเขียนบนประตู, หน้าต่าง, ตู้ และด้านหลังบานกระจก รวมถึงดีไซน์อ่างอาบน้ำของที่นี่นั้นหลากหลายมาก และแตกต่างกันออกไปในแต่ละห้อง ซึ่งสวยไม่แพ้กันซะด้วยสิ!

อย่างที่ห้องเรา จะคุมโทนในห้องน้ำเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับภาพเขียนคุมโทนสีส้มอิฐและน้ำตาล ดูประณีต สวยงาม และหรูหราแต่ก็ได้กลิ่นอายของความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

ขนาดของอ่างอาบน้ำที่นี่ก็ใหญ่โต Overscale มากๆ ลงแช่สองคนได้สบายๆ เลยค่ะ

นอกจากจะแช่สบาย ที่สำคัญคือ… ถ่ายรูปออกมาแล้วขึ้นกล้องมากๆ บอกเลยว่า สาวๆ จ๋า… อย่าลืมเคลียร์ Memory Card ในกล้องและในโทรศัพท์ไว้ถ่ายรูปเยอะๆ นะคะ

เผื่อใครไม่ถนัดลงอ่าง ก็มีห้องอาบน้ำแบบ Shower ปกตินะคะ

Amenities ต่างๆ มีให้ครบครัน ตามมาตรฐานรีสอร์ท 5 ดาว ทั้งแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำลี สบู่ แชมพู ฟองขัดตัว ที่โกนหนวด ไดร์เป่าผม และอื่นๆ

อ่างน้ำในวิลล่าเราก็ว่าหรูหราและฟินมากแล้ว แต่ยังไม่พอค่ะ ยังมีอ่างอาบน้ำ outdoor ด้านนอกวิลล่าของเราอีก ซึ่งแต่ละวิลล่าก็จะมีดีไซน์อ่างและสีที่แตกต่างกันออกไปนะคะ อย่างวิลล่าที่เราเข้าพัก อ่างจะอยู่ตรงกลางและกำแพงเป็นสีเหลืองโทนเปลือกไข่ เราว่าเข้ากับธรรมชาติและสวยมาก

ช่วงค่ำ เราให้บัตเลอร์มาเตรียมน้ำอุ่นและตีฟองไว้ให้อีกรอบ
น้องบัตเลอร์ จุดเทียน และโรยดอกไม้ไว้ให้ด้วย น่ารักมาก

In-Villa Breakfast

อาหารเช้าที่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve สามารถเลือกทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารหรือสั่งมาทานที่วิลล่าก็ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมนูที่ให้เลือกสั่งมาทานที่ห้องจะจำกัดกว่าแต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับเรานะคะ มีทั้งอาหารฝรั่ง และอาหารไทยเช่น ผัดซีอิ้วกุ้ง ข้าวต้มพร้อมเครื่องเคียงไทยๆ อย่างไข่เค็มและปลาไส้ตัน มีก๋วยเตี๋ยวน้ำให้ซดร้อนๆ มีข้าวและปลาทอดขมิ้น วัตถุดิบนี่คือกุ้งเป็นกุ้ง ปลาเป็นปลา มาเต็มๆ ใช้ของคุณภาพเน้นๆ ไม่มีกั๊ก สมกับเป็นรีสอร์ทระดับ a Ritz-Carlton Reserve จริงๆ

บรรยากาศสระว่ายน้ำในพูลวิลล่าก็ดีงามนะคะ ถึงวิลล่าของเราจะไม่เห็นวิวทะเล แต่เราชอบดีไซน์ และความเป็นส่วนตัวและขนาดของสระที่กำลังพอดี แช่ก็ได้ ว่ายก็สนุก

มีบางช่วงที่เราเจอฝนตกหนักจนออกไปข้างนอกวิลล่าไม่ได้ เราก็พักผ่อนและเล่นน้ำกันที่สระในวิลล่านี่แหละค่ะ

ราคา Reserve Pool Villa โดยประมาณ จะอยู่ที่ 27,500 บาท / คืน
สามารถเช็คราคาล่าสุดได้ทางเว็บไซต์ www.ritzcarlton.com/en/hotels/phulay-bay

สระว่ายน้ำพร้อมวิวทะเลแบบ 180 องศา

สระว่ายน้ำส่วนกลางของ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ก็ถือเป็นอีกแลนด์มาร์กของที่นี่เหมือนกันนะคะ ด้วยความที่สระอยู่ใกล้ทะเล และเห็นวิวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนอยู่ด้านหน้า ถือว่าเป็นวิวสระว่ายน้ำที่สวยและหาได้ยากมาก

หลายคนน่าจะพอคุ้นตากับมุมนี้กันเนาะ
Sunbed และ Sun Lounge ถูกวางไว้ในหลายมุมรอบสระว่ายน้ำ
เพื่อที่ให้เราได้เลือกนั่งชิลล์ นอนชิลล์ ชมวิวได้ตามใจ
ได้นั่งจิบอะไรเย็นๆ ชมวิวทะเล และภูเขาตรงหน้าแบบพาโนารามา เราชอบมุมนี้มากค่ะ

ถ้าหากว่าเป็นสายชิลล์ ชิงช้า และ เปลริมทะเลแบบนี้ ก็มีอยู่หลายจุดเลยนะคะ

มีเกมส์นิดๆ หน่อยๆ ให้เล่นริมทะเล เผื่อมีเด็กๆ หรือมากับเพื่อนๆ ก็น่าจะสนุกดีนะคะ

บรรยากาศยามเย็นริมทะเลก็ชิลล์มากๆ ได้มานอนเปลรับลมทะเลและชมวิวแบบนี้ มันดีมาก

ถ้าถามว่า… เห็นเราฟินขนาดนี้ ที่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ไม่มีข้อด้อยอะไรบ้างเลยหรอ?

จากที่เราไปสัมผัสและเห็นมา สิ่งเดียวที่เรามองว่าเป็นข้อด้อยนิดนึงสำหรับเราก็คือ หน้าหาดของรีสอร์ท ไม่ใช่หาดทรายที่ขาว นุ่ม ละเอียดเท้า อะไรแบบนั้น เวลาน้ำทะเลลด จะเห็นหินโผล่มาบ้าง อย่างที่เห็นในภาพด้านล่างนี้ค่ะ

ใครสายกิจกรรม ที่นี่ก็มีเรือคายัก, แพดเดิ้ลบอร์ด ให้เล่นได้นะคะ

ชมตะวันบาร์ ( Chomtawan )

อีกหนึ่งอย่างที่พลาดไม่ได้เลยหากทุกคนมาพักผ่อนที่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve คือมานั่งชมพระอาทิตย์ตกริมทะเล ณ ชมตะวันบาร์ ( Chomtawan ) บาร์ริมทะเลของรีสอร์ท ที่ทั้งบรรยากาศโรแมนติก และชิลล์มาก ขนาดวันที่เราไปฟ้าปิด มองไม่เห็นพระอาทิตย์ตกอย่างที่ตั้งใจไว้ ยังรู้สึกดีและฟินกับบรรยากาศและเครื่องดื่มอร่อยๆ

เมนูเครื่องดื่มที่ชมตะวันบาร์

Dining Beyond: Sri Trang by the Sea

ดินเนอร์ในค่ำคืนแรกที่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve จะธรรมดาได้ยังไง… ถึงจะมาพักผ่อนกันแบบสองสาว ไร้เงาคู่รักข้างกายมาสวีทเหมือนคนอื่นๆ ( แอบอิจฉาเบาๆ ) แต่เราก็เลือกที่จะสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์ส่วนตัว ( Private Dinner ) แบบสวยๆ กันหน่อย

Private Dinner ของที่นี่ จะเรียกว่า “Dining Beyond” สามารถจัดได้หลากหลายมุม หลากหลายบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็น บริเวณ ศาลาศรีจันทร์, บนหาด, และบริเวณศาลาริมหาด ( Pavilion ) แบบเรา ซึ่งแต่ละที่เมนูอาหารก็จะแตกต่างกันไปนะคะ

สำหรับดินเนอร์ตรงบริเวณนี้เรียกว่า “Sri Trang by the Sea” เป็นศาลาส่วนตัวริมทะเล ซึ่งสามารถเปิดประตูรับลม หรือปิดประตูและเปิดแอร์ได้ เราว่าเหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวแต่ก็อยากนั่งในห้องแอร์สบายๆ อาหารสำหรับ Sri Trang by the Sea ก็จะเป็นอาหารไทยและซีฟู้ด ทั้งหมด 6 อย่าง รวมเมนูเรียกน้ำย่อยของหวาน เสิร์ฟทีละเมนูสไตล์ Fine Dining ค่ะ

“เมี่ยงปลาทู” เริ่มจานแรกด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยแบบไทยๆ
ตัวปลาทูทอดมาไม่มีกลิ่นคาว เสิร์ฟมาพร้อมกับหมี่และผักสด
พอราดน้ำจิ้มและทานทั้งหมดพร้อมกันในคำเดียว มันอร่อยและกลมกล่อมมาก
“ยำกุ้งฟู” เมนูนี้เราถูกใจเป็นพิเศษ เพราะชอบทานยำอยู่แล้ว
เชฟใช้กุ้งสับชุบแป้งทอดมากรุบกรอบและราดด้วยน้ำยำรสชาติจัดจ้าน เหมาะกับทานเรียกน้ำย่อยมาก
“ข้าวเกรียบปากหม้อ” ทั้งหอมและนุ่มละมุนลิ้น แป้งบางกำลังดี ไส้ข้างในก็กลมกล่อม
“ต้มส้มปลามะม่วงอ่อน” รสชาติถึงเครื่องแบบไทยๆ
น้ำซุปซดเข้าไปแล้วสดชื่น ได้รสชาติเปรี้ยวนำจากเนื้อมะม่วงอ่อน
ส่วนตัวเราเพิ่งเคยทานต้มส้มปลากับเนื้อมะม่วงครั้งแรก เราว่าเข้ากันดีนะคะ ยอมใจความครีเอทีฟของเชฟเลย
เมนูหลักสำหรับมื้อนี้ “พะแนงกุ้งมังกร” เสิร์ฟมาพร้อมผัดผักเหมียง และข้าวอบสมุนไพร
โอ้โห! หน้าตาเหมือนจะธรรมดา แต่รสชาติคืออร่อยมาก เราชอบจานนี้ที่สุดเลยค่ะ
เนื้อกุ้งมังสดคือสดเด้งมาก พะแพงก็รสชาติเข้มข้นถึงใจ ยิ่งกินกับข้าวอบสมุนไพรหอมๆ คือดี
ดูจากรูปเหมือนจะน้อยใช่ไหมคะ แต่ความจริงคือกว่าจะผ่านเมนูต่างๆ
จนมาถึงจานนี้แล้ว เราจะอิ่มกำลังดีเลยล่ะค่ะ
ปิดท้ายกันที่ของหวาน “ทับทิมกรอบและไอศกรีมกะทิ”
อร่อย หวานกำลังพอดี และหอมควันเทียนมากจ้า

สำหรับใครที่สนใจอยากดินเนอร์แบบส่วนตัวและพิเศษแบบนนี้บ้าง สามารถจองกับพนักงานตอนจองห้อง หรือ จองกับต้นห้อง (บัตเลอร์) เมื่อมาถึงรีสอร์ทก็ได้เช่นกัน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 13,000 บาท / 2 ท่าน

Floating Breakfast

เพื่อความฟินอันสมบูรณ์แบบของเราสองสาว เช้าอีกวันเราเลยเลือกสั่งอาหารเช้าลอยน้ำ หรือ Floating Breakfast ที่ไม่ว่าจะไปพูลวิลล่าที่ไหนเราก็ไม่พลาด! ต้นห้องและผู้ช่วยจะมาจัดเซ็ตอาหารและตกแต่งด้วยดอกไม้ใส่ตระกร้าให้ด้วยแบบนี้เลย ( น่ารักอีกแล้วน๊า )

ห้องอาหารปลายฟ้า ( Plai Fah )

สำหรับมื้อเที่ยง เราฝากท้องไว้ที่ ห้องอาหารปลายฟ้า ( Plai Fah ) เป็นห้องอาหารที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ มองออกไปได้ทั้งวิวทะเล และวิวสระว่ายน้ำของรีสอร์ท เหมาะกับมาทานอะไรง่ายๆ หรือสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ จิบระหว่างวัน

พนักงานใส่หน้ากากาอนามัยตลอดเวลาที่บริการ
ปลาหมึกชุบแป้งทอด หรือ คารามารี หอมกลิ่นผิวมะกรูดที่โรยมาบางๆ
และยิ่งบีบมะนาวลงไปนิดๆ จิ้มกับซอสสูตรพิเศษของเชฟหน่อย ยิ่งอร่อยขึ้นกว่าเดิม ทานหมดไม่รู้ตัว
ทาโก้ทูน่า ที่หน้าตาเหมือนจะธรรมดาแต่รสชาติกลมกล่อมลงตัว
มีรสชาติเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ของมะม่วงที่แซมเข้าไปในทาโก้ เหมาะกับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย
ผัดไทกุ้งสด เมนูโปรดของเรา ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนเป็นต้องสั่ง
และที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ ผัดมากำลังดี ไม่แห้งไป ไม่แฉะไป กุ้งสดที่ใส่มาให้ก็เนื้อสดเด้ง
และยังโรยกุ้งแห้งมาให้ได้เคี้ยวเพลินๆ และได้รสชาติเค็มหน่อยๆ อร่อยถูกปากเรามากค่ะจานนี้
กุ้งลายเสือย่างเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสไตล์ยำมะม่วง
จานนี้ได้รสแซ่บจากน้ำยำแบบไทยๆ ทานคู่กับกุ้งลายเสือตัวโต เนื้อสดเด้ง เข้ากันมาก
เป็นอีกจานที่อยากให้ลองสั่งมาทานดูนะคะ
อย่าลืมสั่งสมูทตี้ และ ม็อกเทลมาจิบเรียกความสดชื่นกันสักแก้วสองแก้วนะคะ
ดื่มไป ชมวิวทะเลไปด้วยแบบนี้ มันดีต่อใจจริงๆ

The SPA

ยังค่ะ ความอลังการยังไม่จบแค่นั้น เราจะพาไปต่อกันที่ The SPA สปาที่ผสมผสานความเป็นไทยไว้กับคอนเซ็ปต์ความเป็น Ritz-Carlton Reserve ไว้ได้อย่างลงตัว

บรรยากาศในห้องนวดคู่

นอกจากทรีตเม้นท์และนวดต่างๆ ไฮไลท์ของสปาที่นี่คือ “vitality pool” สระสปาน้ำอุ่น ที่แช่แล้วช่วยให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้า อารมณ์คล้ายกับเวลาเราแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ และถึงจะไม่ได้เข้ามานวด แขกทุกคนที่เข้าพักที่นี่ ก็เข้ามาใช้บริการสระสปานี้ได้นะคะ

หรือจะเข้าห้องซาวน์น่า ก็ใช้บริการได้ฟรีเช่นกัน

หลังจากแช่น้ำเสร็จแล้ว ก็มาเอนหลังพักผ่อนกันต่อได้นะคะ ใกล้กับ vitality pool มีเตียงให้นอนเล่น พักผ่อนได้ชิลล์ๆ นุ่มสบายมากค่ะ คืองงเด้อ สบายทุกมุมเลย

นั่งเรือหางยาวเที่ยวเกาะห้อง ( Hong Island )

เช้าวันนี้เรานุ่นนุ่น มีนัดนั่งเรือไปเที่ยว “เกาะห้อง” กับทางรีสอร์ท ซึ่งเป็นกิจกรรมฟรี สำหรับแขกที่เข้าพักที่นี่ทุกท่าน หากสนใจไปเที่ยวเกาะห้องสามารถแจ้งบัตเลอร์ล่วงหน้าได้เลยนะคะ ทางรีสอร์ทจะจัดการจองเรือหางยาวของชาวบ้านที่นี่ไว้ และพาเราไปส่งที่เกาะห้อง โดยเรือจะออกทุกวันช่วง 08:00 น. และกลับมาที่รีสอร์ทประมาณ 11:00 น.

เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท จะเตรียมผ้าขนหนู หน้ากากสำหรับดำน้ำตื้น และน้ำดื่มไปให้เราที่เกาะห้องด้วยค่ะ เราแค่ต้องเตรียมจ่ายค่าเข้าอุทยานฯ กับเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ตอนขึ้นเกาะ คนละ 60 บาท ( เกาะห้องเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องเสียค่าธรรมเนียมอุทยานทั้งคนไทยและต่างชาติ )

เราใช้เวลาเดินทางโดยเรือหางยาวจากรีสอร์ทไปถึงเกาะห้องแค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้นเอง และตอนที่มาถึงยังถือว่าค่อนข้างเช้า นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นยังเดินทางกันมาถึงไม่มากนัก ทำให้ทั้งหาดมีเพียงแค่กลุ่มของเราเท่านั้นเองค่ะ เป็นส่วนตัวสุดๆ ไปเลย

เราพก Beach Bag และหมวก ที่มีในห้องที่รีสอร์ทมานั่งปิกนิกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของการนั่งเรือมาเที่ยวเกาะห้อง คือการนั่งเรือลอดถ้ำเล็กๆ เพื่อเข้าไปในลากูน โดยเค้าจะพาเราแวะไปก่อนกลับรีสอร์ท บริเวณนี้เราสามารถลงเล่นน้ำได้ หรือว่าจะแค่แวะถ่ายรูปก็ได้เช่น

กลับมาจากเกาะห้องแล้ว เราก็ชิลล์และพักผ่อนกันในรีสอร์ทตลอดทั้งวัน ไม่ออกไปไหนเลย

และพอกลับเข้าไปที่วิลล่า เราก็เซอร์ไพรส์กับ เค้ก และการ์ดอวยพรวันเกิด น่ารักและประทับใจมากเลยค่ะ ต้องขอบคุณเจ๊นุ่นที่ไปแอบกระซิบคุณมน ต้นห้องของเรา ให้แอบมาจัดไว้ให้

ช่วงเย็นมีแขกอื่นจองดินเนอร์ส่วนตัวบนหาดด้วย บรรยากาศดีมากเลยค่ะ

ห้องอาหารจำปูน ( Jampoon )

ดินเนอร์ในค่ำคืนสุดท้ายที่นี่ของเรา เราทานกันที่ห้องอาหารจำปูน เป็นห้องอาหารไทย ที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย ใช้ไม้โทนสีน้ำตาลเข้ม ดูอบอุ่น และคลาสสิค มื้อค่ำเปิดให้บริการตั้งแต่ 18:00 – 22:30 น.

และเมนูที่มาใต้แล้วพลาดไม่ได้คือ “หมี่หุ้นแกงปู”
เราว่าคล้ายกับน้ำยากะทิที่กินกับขนมจีน แต่รสชาติเผ็ดจัดจ้านเข้มข้นกว่า และเนื้อปูก็ใส่มาเน้นๆ
อร่อยได้รสชาติแกงใต้แท้ๆ แต่ถ้าใครไม่ทานเผ็ดมาก แจ้งพนักงานตอนสั่งได้นะคะ

กลับมาถึงห้องนอนแล้วเจอเตียงนุ่มๆ กว้างๆ แบบนี้รออยู่ ก็ทิ้งตัวลงนอนหลับสบายกันทั้งคืน

ก่อนจะสรุปความประทับใจจากการไปพักผ่อนที่ Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve นุ่นขอพาไปชมห้องพักอีกสักสองแบบ ที่คิดว่าน่าจะถูกใจคนไทยส่วนมากกันก่อนละกันเนาะ

Beach Villa

Beach Villa วิลล่าขนาด 438 ตร.ม. ที่เพิ่งรีโนเวทใหม่ล่าสุด พอเราได้ไปเห็น ก็รู้เลยว่าวิลล่านี้ก็น่าจะถูกใจคนไทยส่วนมากแน่นอน เพราะสระว่ายน้ำพื้นหินอ่อนสีขาวๆ และน้ำในสระสีฟ้าๆ นี่แหละ ที่แตกต่างจากวิลล่าอื่นที่นี่ และถ่ายรูปสวยมาก

รวมถึงตัววิลล่าเองก็ให้อารมณ์โมเดิร์นขึ้นมาอีกนิด และมีทางเดินลงหาดได้โดยตรงจากวิลล่า สะดวกมากเลยทีเดียว

ทางเดินจาก Beach Villa ไปยังหาด

สำหรับเรา ติดอยู่อย่างนึงที่ทำให้เราชอบ Beach Villa น้อยกว่า Reserve Pool Villa ที่เรานอน ก็คือเตียงในวิลล่านี้เป็นเตียง King Size ปกติ ไม่ได้เป็นเตียงแบบ Oversize ใหญ่โตเวอร์วังอลังการเหมือนกับ Reserve Pool Villa รวมถึงอ่างอาบน้ำที่อาจจะไม่ได้มีลูกเล่นดีไซน์มากเท่าอ่างใน Reserve Pool Villa ของแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลเนาะ

Reserve Pavilion & Ocean Pavilion

Reserve Pavilion เป็นห้องพักประเภทเริ่มต้น ใครที่จองเรทราคาเริ่มต้นมาก็จะได้เข้าพักในห้องนี้นั่นเอง ส่วน Ocean Pavilion ลักษณะหน้าตาและสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องจะคล้ายกับ Reserve Pavilion แต่ที่แตกต่างคือ Ocean Pavilion จะเห็นวิวทะเลค่ะ

ถึง Pavilion จะเป็นห้องเริ่มต้น แต่ก็ได้เตียงใหญ่ Oversize แบบนี้เหมือนกันนะคะ
สำหรับ Reserve Pavilion จะเห็นวิวสวน
Ocean Pavilion จะเห็นวิวทะเล

สรุปความประทับใจ

สำหรับเราประทับใจทุกอย่าง ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปในรีสอร์ทเลยค่ะ ถือว่าเป็นรีสอร์ทที่ดีที่สุดในไทยอีกหนึ่งที่ในใจเรา ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม วิลล่าที่กว้างขวาง บริการดีจนเพอร์เฟ็ค มุมถ่ายรูปเยอะ ไม่มีเบื่อ เป็นการมาพักผ่อนที่สะดวกสบาย ได้ชาร์จพลังกายและพลังใจไปอย่างเต็มเปี่ยม

เรากล้าแนะนำได้อย่างเต็มปากเลยค่ะ ว่าคนที่ชอบการพักผ่อนในรีสอร์ทสวยๆ จะต้องรักที่นี่… Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve ( ภูเล เบย์ อะริทซ์ คาร์ลตัน รีเสิร์ฟ ) อยากให้ทุกคนลองมาเห็นด้วยตา มาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งค่ะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเรานุ่นนุ่นถึงอินขนาดนี้ และทำไมนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกถึงยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต!

ขอบคุณทุกคนจากใจจริงอีกครั้งนะคะ ที่ต้อนรับและดูแลเราทั้งสองคนเป็นอย่างดี มีโอกาสอีกเมื่อไหร่ จะกลับไปพักผ่อนที่นี่อีกครั้งให้ได้เลย

สนใจติดต่อสอบถามหรือสำรองห้องพัก
โทร 075 628 111
อีเมล reservations.phulaybay@ritzcarlton.com
เว็บไซต์ www.ritzcarlton.com/en/hotels/phulay-bay
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/phulaybayritzcarltonreserve
ราคาห้องพักโดยประมาณ 11,500 – 50,000 บาท / คืน
( แล้วแต่รูปแบบห้อง, ช่วงที่เข้าพักและโปรโมชั่น )

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *