รีวิว Volando Urai Spring Spa แช่บ่อน้ำร้อนออนเซ็นส่วนตัว เมืองอูไหล (Wulai) ไต้หวัน

รีวิวนี้ชวนไปฟินและผ่อนคลายกับ การแช่ออนเซ็นในบ่อส่วนตัว พร้อมเซ็ตอาหารค่ำ 5 คอร์ส ณ โรงแรมสุดหรู “โวลานโด อูไร สปริง สปา แอนด์ รีสอร์ท” เมืองอูไหล (Wulai) ประเทศไต้หวัน

Highlight

  • เดินทางง่าย นั่งรถต่อเดียว ประมาณสองชั่วโมงกว่าจากไทเป
  • บ่อออนเซ็นส่วนตัว พร้อมวิวแม่น้ำสีเขียวมรกต และภูเขาเขียวชอุ่ม
  • เซ็ตอาหารดินเนอร์หรูหรา ระดับ 5 ดาว
  • มีจุดเดินเล่นในเมืองอูไหล


วิธีการจอง

เราจอง ผ่าน KKDay ซึ่งเป็นเอเจ้นขายตั๋วท่องเที่ยว และดีลท่องที่ยวเจ้าดังสัญชาติ ไต้หวัน ในเว็บไซต์เค้ามีแพคเกจให้เลือกหลายแบบมาก อย่างของที่ Volando Urai Spring Spa เนี่ย มีทั้งแช่น้ำร้อน + อาหารเที่ยง / แช่น้ำร้อน + อาฟเตอร์นูนที / แช่น้ำร้อน + อาหารค่ำ และอื่นๆอีก

เราจองมาเป็นแบบ แช่น้ำร้อน + เซ็ตอาหารค่ำ ราคาอยู่ที่คนละ 3 พันกว่าบาท ถ้าเป็นแพคเกจ แช่น้ำร้อน + อาฟเตอร์นูนทีจะอยู่ที่คนละ 1 พันกว่าบาท (ราคาในแต่ละช่วงฤดูจะต่างกันนิดหน่อย สามารถเช็คราคาแบบเรียลไทม์ ได้จากเว็บไซต์ KKDay นะคะ) เมื่อจองและจ่ายเงินเสร็จ ทาง KKDay จะส่ง Voucher มาให้ทางอีเมล จากนั้นเราก็ปริ้นท์ไว้ เตรียมไปยื่นให้ตอนเราไปถึง

ใครสนใจอยากไปบ้าง ตามไปจองได้ที่ > http://bit.ly/VolandoUrai

ไปยังไง?

เราเริ่มออกเดินทางไป Volando Urai Spring Spa จาก ไทเป โดยรถเมล์สาย 849  นั่งต่อเดียว รวดเดียวถึงอูไหลเลย ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง โดยเราเลือกมาขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์ใกล้กับ Taipei Main Station Exit 8 เพราะตรงนี้เป็นต้นสาย จะได้ที่นั่งแน่นอน

  • รถมาทุกๆ 20 นาที
  • ค่าโดยสารไปลงที่ Wulai NT45/คน ใช้ Easy Card จ่ายได้

ขนาดมาขึ้นที่ต้นสายนะคะ คนยังเยอะขนาดนี้ แต่โชคดีที่ยังได้ที่นั่งจ้า

ระหว่างทาง รถเมล์สาย 849 จะผ่านฝั่งตรงข้ามของ Chiang Kai-Shek Memorial Hall ด้วย ใครอยู่โรงแรมแถวนี้แล้วไม่อยากนั่งรถย้อนไปมา ก็รอขึ้นรถเมล์ตรงป้ายแถวนี้ได้นะ

ระหว่างทางมีคนขึ้นมาเพิ่มตลอด โชคดีที่เราได้นั่งนะคะ เพราะว่าทางบางช่วงเป็นทางโค้ง และคดเคี้ยวขึ้นเขาพอสมควร ขนาดได้นั่งยังแอบเวียนหัวกันเบาๆ

ทั้งๆที่ขึ้นเขามาไกลพอสมควร… โชคดีที่ Pocket Wi-Fi ของ Tripizee ที่เราเอามาด้วย เนตยังแรงแบบ 4G! เรานั่งรถไป เปิด Google Map ไป เลยทำให้ไม่หลง ลงถูกป้ายพอดี เดินจากป้ายรถเมล์ไปโรงแรมไม่เกิน 3 นาทีก็ถึงแล้วจ้า

ตรงที่เราลงยังไม่สุดสายนะคะ ถ้านั่งไปอีกสองป้าย ก็จะถึงสะพานแดง ที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของ Wulai สามารถเดินเล่นไปยัง Wulai Old Street ได้ด้วย เผื่อใครอยากจะเข้าไปเดินเล่นในส่วนนั้นก่อนก็นั่งต่อไปลงข้างหน้าได้

มาถึง Volando Urai Spring Spa แล้วเราก็นำ Voucher ที่ปริ้นท์ไว้ ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่และนั่งรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เราจองไว้นะคะ

ระหว่างรอ ทางโรงแรมมีชาร้อน กาแฟร้อนให้ชงดื่มคลายหนาวกันด้วยนะคะ

เราไปถึงที่ Wulai ตอนประมาณบ่ายสอง ฝนก็ตกตลอด ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ตกปรอยๆบ้าง แรงบ้าง สลับกันไป แต่น้ำก็ยังใส เป็นสีเขียวมรกตอย่างในรูปที่เคยเห็นจริงๆ

ร้านอาหารใน Wulai

ระหว่างรอเวลาแช่น้ำร้อน ไหนๆฝนก็ยังไม่ได้ตกหนักมาก เราก็ขอออกไปเดินหาอะไรทานกันสักหน่อย แล้วก็มาเจอกับร้านอาหารใกล้ๆกับโรงแรม เลยลองเดินเข้าไปทานกัน

เมนูหลักของทางร้าน ไม่มีภาษาอังกฤษเลยสักนิดเดียว แต่ทางร้านก็เอาเมนูมาให้เราแยกต่างหาก ในนั้นมีรายการอาหารอยู่ 15 อย่างเท่านั้นจ้า อย่างน้อยก็ยังพอมีรูปมาให้เดาได้ว่าคืออะไร อาหารราคาไม่แพงเท่าไหร่นะคะ อยู่ที่จานละประมาณ NT100-300

บะหมี่ชามนี้ประมาณ NT1xx ซุปกระดูกหมู โรยหมูสับปรุงรส และมีไข่ต้มมาด้วย 1 ฟอง
ผัดผักบุ้ง รสชาติคล้ายของไทย แต่จืดกว่า
ไก่ทอดกรอบ หมักอะไรสักอย่าง เค็มกำลังดี อร่อยดีค่ะ
จานนี้เราชอบมาก เป็นเนื้อหมักด้วยไวน์ และย่างมากำลังดี ไม่เหนียว รสชาติหวานๆเค็มๆกำลังดีเลยค่ะ
แม่ตั้งใจกินมาก เราสองคนก็ตั้งใจถ่ายรูปมากเช่นกันค่ะ ฮ่าๆ

เดินเล่น Wulai ในวันฝนพรำ

หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ เราก็พาสองแม่ ไปส่งที่ Volando Urai Spring Spa ให้เค้าได้นั่งพัก และหลบฝน เพราะฝนเริ่มตกแรงขึ้นมาทุกที ส่วนเราสองคน ก็ขอออกไปเดินเล่นกันสักหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว… ฝนตกก็สู้จ้า!

เราสองคนตั้งใจอยากจะเดินไป ตรงสะพานแดง และย่าน Wulai Old Street ที่เป็นจุดท่องเที่ยว ขายอาหารต่างๆของเมืองอูไหล เห็นจากในแผนที่แล้วเดินไปแค่ 500 เมตร แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตอนเดินไป มีทั้งลมหนาว ทั้งฝน มาอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิก็ลดลงไปอยู่ทีประมาณ 7 องศา (เราไปช่วงเดือนธันวาคม 2017) เราเลยยอมแพ้ ได้ถ่ายรูปแค่ตรงสะพานแดงกันจ้า สู้ลมหนาวกันไม่ไหวจริงๆ

จากโรงแรม Volando เดินไปตรงสะพานแดงประมาณ 500 เมตร และเดินไปตรง Wulai Old Town ประมาณ 800 เมตร

เห็นคนน้อย และดูเงียบๆแบบนี้ เพราะฝนตกตลอดทั้งวันเลยค่ะ นักท่องเที่ยวเลยไม่ได้ออกมาเดินเล่นกัน ก็มีแต่เราสองคนนี่แหละ ตากลม ตากฝนมาถ่ายรูปเล่นกันอยู่นานเลย ฮ่าๆ

เราถ่ายรูปเล่นกันอยู่ตรงนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงก็นั่งรถสาย 849 กลับไปลงที่โรงแรม Volando กัน ตอนมาเดินมาได้ แต่ขากลับหนาวทั้งลมทั้งฝนจนเดินไม่ไหว มือสั่นกันไปหมดเลยทีเดียว นี่ยังแอบเสียดายมากที่ไม่ได้เดินไปตรง Wulai Old Street เราสองคนคิดว่ายังไงต้องกลับมาซ้ำที่เมืองนี้แน่ๆค่ะ คราวหน้าจะนอนที่นี่สักคืนไปเลยเอ้า!

ห้องออนเซ็นส่วนตัวที่ Volando Urai Spring Spa

เรากลับมาที่ Volando เพื่อแช่บ่อออนเซ็นที่จองไว้เวลา 18:00 น. ปรากฎว่ามาถึงแล้วฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็วมากเลยจ้า ทำให้อดเห็นวิวสวยๆจากห้องแช่น้ำร้อนของเราเลย ใครจะมาแนะนำว่าให้จองก่อน 16:00 น. เผื่อว่าหน้าหนาวแล้วฟ้ามืดเร็ว จะอดเห็นวิวเหมือนเรานะ T-T

ภาพบรรยากาศในห้องแช่ออนเซ็นตอนกลางวัน จากเว็บไซต์ของโรงแรม
ในห้องจะมีบ่อออนเซ็นให้เรานั่งแช่กันได้สองคน ถ้าครบกำหนดเวลา 1 ชั่วโมงแล้วพนักงานจะโทรมาเตือนเราอีกครั้งว่าหมดเวลาแล้วนะคะ

เซ็ตดินเนอร์ 5 คอร์ส

หลังจากแช่น้ำเสร็จแล้ว เราก็มาดินเนอร์กันต่อที่ห้องอาหารของโรงแรม Volando ซึ่งรวมมาในแพคเกจที่เราของกับ KKDay ไว้แล้ว ห้องอาหารที่นี่จะเป็นกระจกใส ถ้ามาช่วงกลางวัน จะเห็นวิวแม่น้ำและภูเขาด้านนอกสวยมาก

เรามาทานกันช่วง 19:00 น. ด้านนอกมืดหมดแล้ว และทางห้องอาหารแขกเยอะมากๆ โต๊ะตรงริมกระจกเต็มหมด เราเลยอดนั่งชมวิวกันเลย

เซ็ตอาหารที่เราจะทานกันวันนี้มี 5 อย่างคือ Appetizer, Salad, Soup, Main Course, Dessert พนักงานจะมาแนะนำว่ามีเมนูอะไรบ้าง เราเลือกกันได้อย่างละ 1 เมนูนะคะ เราไปกัน 4 คนและสั่งแตกต่างกันไป จะเอารูปมาให้ดูกันนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง

เริ่มที่ Appetizer อาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆกันซะหน่อย

Fried Sergestid Shrimp Balls and Anchovy Salsa with Mozzarella Cheese เป็นกุ้งคลุกมันฝรั่งทอดกรอบเสิร์ฟมากับมอซซาเรลล่าชีส
Air-Dried Jamon Iberico with Green Asparagus, Ficus Carica and Vegetables

ต่อมาเป็นสลัดนิดๆหน่อยๆ แต่อร่อยทั้งสองแบบเลยจ้า

Smoke Salmon Caesar Salad with Parmesan
Charcoal Grill Truffles Mushroom and Vegetables Salad with Plum Vinaigrette
วันที่เราไปมีซุปแค่แบบเดียวคือ Cream Soup

มาถึงอาหารจานหลัก หรือ  Main Course กันบ้างนะคะ เราสองคนเลือกทานสเต็กเนื้อ ส่วนแม่ๆเลือกทานปลาแซลมอนกันค่ะ

เราสั่งเป็นแบบ Medium Rare ด้านนอกสุกกำลังดี ด้านในชุ่มฉ่ำอย่างในภาพเลยจ้า

ปิดท้ายด้วยของหวานและชาผลไม้ชื่นใจ

เราทานกันเสร็จตอนเกือบสามทุ่ม และลงไปขึ้นรถสาย 849 กลับไทเปกันเหมือนเดิมค่ะ ขากลับคนไม่แน่นเหมือนขามา คนขับซิ่งจนถึงไวมากเลยจ้า

Wulai ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองของไต้หวัน ที่ธรรมชาติสวยร่มรื่นมากๆ ถ้ามีโอกาสกลับมาไต้หวันอีก เราต้องกลับมาที่เมืองนี้อีกแน่ค่ะ ถ้าโชคดีมาแล้วฝนไม่ตก เจอแดด เจอฟ้าโปร่งๆ ที่นี่ต้องสวยมากขึ้นเป็นกองแน่ๆ

ถ้าใครสนใจไปที่นี่บ้าง ตามไปจองได้ที่ http://bit.ly/VolandoUrai

อ่านรีวิวเที่ยวไต้หวันอื่นๆ:

โรงแรมหลักร้อย ทำเลดีใกล้ Taipei Main Station > http://bit.ly/MuiuInn
ตะลุยกินในจิ่วเฟิ่น > http://bit.ly/EatingJiufen
Red99 Mala Hotpot > https://wp.me/p9sXYx-qw

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *